coffee forum, 咖啡討論區, 咖啡購買區, fresh coffee beans and tea house 首頁 coffee forum, 咖啡討論區, 咖啡購買區, fresh coffee beans and tea house
各種咖啡問題, 分享, 討論咖啡心得
 
 常見問題常見問題   搜尋搜尋   會員列表會員列表   會員群組會員群組   會員註冊會員註冊 
 個人資料個人資料   登入檢查您的私人訊息登入檢查您的私人訊息   登入登入 

สรุป ทริปกาแฟ ที่กรุงเทพ, 2559

 
發表新主題   回覆主題    coffee forum, 咖啡討論區, 咖啡購買區, fresh coffee beans and tea house 首頁 -> 咖啡店
上一篇主題 :: 下一篇主題  
發表人 內容
boblam
Site Admin


註冊時間: 2007-05-04
文章: 294

發表發表於: 星期五 一月 06, 2017 3:25 pm    文章主題: สรุป ทริปกาแฟ ที่กรุงเทพ, 2559 引言回覆

สรุป ทริปกาแฟ ที่กรุงเทพ, 2559

    ***English version is here***



สำหรับคนที่ไม่อยากอ่านยาวๆ อ่านเฉพาะสรุปสั้นๆก็พอ เหตุผลต่างๆ จะอยู่ในช่วงต่อจากสรุปลงไป

สรุป

    ร้านกาแฟที่ผมแนะนำในกรุงเทพมีดังนี้

    ๑. บับเบิล คาเฟ Bubble Café รามคำแหง: ทำกาแฟเอสเพรสโซ่สไตล์คลาสิคได้ดีมากๆ มีฝีมือในการคั่วกาแฟให้ออกมาได้สะอาด คนชงเข้าใจกาแฟที่ใช้ดีทีเดียว สามารถรีดศักยภาพของกาแฟออกมาได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เท่าที่กาแฟที่ใช้จะให้ได้ กาแฟนมฟองสวยนุ่มเนียนเป็นกำมะหยี่ ฝีมือสตีมนมสุดยอด
    ๒. Sutdrip: กาแฟดริปดีๆที่เมืองไทยอยู่ที่นี่ ที่กรุงเทพ หากาแฟดริปดีๆทานยากมาก เพราะฉะนั้นไม่ควรพลาดที่นี่ ถ้าอยากทานกาแฟดริปที่กรุงเทพ
    ๓. Brave Roaster X I+D Style Café สยามดิสคัฟเวอรี่: ทำกาแฟได้ค่อนข้างดีทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นดริปหรือเอสเพรสโซ่ ทำเลเยี่ยม ร้านสวย นั่งสบาย
    ๔. Happy Espresso: หนึ่งในผู้บุกเบิกกาแฟอินดี้ที่เมืองไทย ยังรักษามาตรฐานของกาแฟไว้ได้ดี ยิ่งกว่าประทับใจคืออาม่าริสต้า ที่ชงกาแฟได้ดีเกินคาด ดีกว่าหลายๆร้าน ที่ว่าฮิบรู้เยอะเรียนเยอะ
    ๕. One Ounce for Onion: ร้านนี้ต้องกาแฟที่ชงโดยเครื่องเอสเพรสโซ่ ทั้งกาแฟดำและกาแฟนม ใช้ได้ทีเดียว

มาเข้าเรื่องกันแบบยาวๆกันดีกว่า

รายละเอียด

ตอนผมเริ่มทานกาแฟแบบจริงจัง ก็ดั้นด้นไปทานกาแฟที่กรุงเทพแบบคาดหวังไว้สูง ที่ผิดหวังครั้งนั้นหลายปีก่อน เป็นเรื่องสไตล์กาแฟที่ค่อนไปทางคลาสิคเอสเพรสโซ่ เพราะตลาดและต้นทุนกาแฟเป็นตัวบังคับ บาริสต้ายุคนั้น แต่ละคน ฝีมือเข้าขั้นทีเดียว มีความเป็นมืออาชีพจริงๆ สมัยนั้น ไม่ว่ามือใหม่หรือมือเก่า บาริสต้ายุคปัจจุบันในทริปนี้ โดยเฉลี่ย เทียบไม่ติดเลย โดยเฉพาะทัศนคติต่อลูกค้าและความเป็นมืออาชีพ จะมีก็แต่ความมั่นใจที่มากเกินจนล้น ที่มากกว่าบาริสต้าสมัยนั้น ข้อสังเกตุสมัยนั้น ไม่มีใครชงกาแฟนมเปรี้ยว ไม่มีกาแฟเอสเพรสโซ่แบบข้นคลั่กแน่นอับทึบเหมือนกับที่ดาษดื่นกันสมัยนี้ ถ้าจะอ่านที่ผมเขียนในทริปนั้น หาอ่านได้ที่นี่ ภาษาอังกฤษอย่างเดียวครับ

ไปทานกาแฟที่กรุงเทพครั้งนี้ ได้ประสบการณ์ใหม่ๆเยอะ ทั้งดีบ้าง ไม่ดีบ้าง บางอย่างก็นึกไม่ถึง แปลกประหลาดมหัศจรรย์พันลึก เหลือเชื่ออะไรจะประมาณนั้น สิ่งที่น่ากังวลที่สุด อยู่ที่วุฒิภาวะของคนทำกาแฟ และทัศนคติของคนทำกาแฟต่อลูกค้า โดยเฉพาะคนทำกาแฟรุ่นใหม่ๆ ที่ดูเหมือนจะรู้เยอะ ท่าทางที่บางทีดูเหมือนดูถูกคนทานกาแฟ พอชงกาแฟออกมา กาแฟแก้วนั้น มันฟ้องเลยว่า น่าจะเทลงซิ้งค์ทิ้งไปมากกว่าดื่มหลายต่อหลายถ้วย แต่ก่อนที่จะไปถึงปัญหาเรื่องคนทำกาแฟ มาดูเรื่องของตัวกาแฟเองก่อนดีกว่า ว่าแต่ละแก้วมีปัญหาอย่างไรบ้าง



ถึงแม้ปัญหาเรื่องกาแฟดริปกับกาแฟดำ (Black) จะดูเหมือนพอๆกัน ปัญหาของกาแฟดริปที่กรุงเทพ ดูจะหนักหนาสาหัสกว่าเยอะ บางแก้วเหมือนไม่มีรสกาแฟเอาเลย เหมือนกับที่ผมกับคนที่ทานกาแฟด้วยกันหลายคนเรียกว่า “ของเหลวสีน้ำตาล” บางแก้วใช้กาแฟ ๑๕ ถึง ๒๐ กรัม แต่รสออกมา เหมือนกับ ใช้กาแฟแค่ ๑ ถึง ๒ กรัมอย่างเก่ง หรือสกัดรสกาแฟออกมาได้แค่นั้นเอง บางแก้วขึ้นต้นสวย แต่อยู่ๆ รสชาติตอนกลาง เหมือนกับ ตกเหว/ทางขาด หายไปเฉยๆ กาแฟดริปบางแก้ว ชงออกมาอย่างไรไม่ทราบ ทานแล้วแห้งผากฝาดคอมาก

ปัญหาแรงและเยอะขนาดนี้ ทำให้ได้แต่สงสัยว่า บาริสต้าทานกาแฟเป็นหรือไม่ ทราบหรือไม่ว่า กาแฟดริป ควรจะมีรสชาติเป็นอย่างไร ที่แย่ไปกว่านั้น หลายแก้วทีเดียวที่บาริสต้าชิมก่อนเสริฟ น่าสงสัยว่า ชิมแล้วรสชาติแบบนั้น ทำไมยังจะดันทุรังเสริฟอีก ชงใหม่ไม่ดีกว่าหรือ เผื่อจะดีกว่าเก่า หรือว่า ชิมแล้วไม่ทราบว่า ดีไม่ดีเป็นอย่างไร ซึ่งอันหลังนี้น่ากลัวมาก อยู่กับกาแฟวันละกี่ชั่วโมง แต่ไม่รู้ว่ากาแฟดีๆเป็นอย่างไร หรือคิดว่า ชงยังไงก็ได้ ลูกค้าทานไม่ออกหรอก ทำท่าชงเท่ๆ เท่านี้ลูกค้าก็นึกว่าดีแล้ว ลูกค้าไม่รู้หรอกว่า โดนดูถูกให้ทานกาแฟที่ใช้ไม่ได้ ไม่มีใครรู้หรอกเรื่องกาแฟ

กาแฟดริปบางร้านนี่แย่เข้าขั้น ถึงกับไม่รู้ว่าจะแนะนำอย่างไร ถึงกับต้องบอกว่า ลองไปชิมร้านโน้นร้านนี้ที่เค้าชงพอจะเข้าท่าดู จะได้เปิดประสบการณ์ให้กว้างขึ้น แต่ดูเหมือนแนะนำแบบนี้ ก็ไม่พอใจอีก พูดอะไรก็ไม่ได้ ดูเหมือนลูกค้า ทั้งที่เสียเงินแล้ว ยังต้องเอาใจทะนุทะนอมพินอบพิเทากับคนทำกาแฟกันเหลือเกิน ทั้งๆที่ควรจะเป็นตรงกันข้าม งงจริงๆ อย่างโน้นก็ไม่ได้ อย่างนี้ก็ไม่พอใจ แล้วมันจะพัฒนาได้อย่างไร

กาแฟดำเอสเพรสโซ่ก็ใช่ย่อย ทั้งเค็ม ข้นคลั่กแน่นทึบจนทานไม่ได้ เหมือนกับย้อนยุคกลับไป ๕ ปีก่อน ที่กาแฟ ริสเตรทโต้ เป็นที่นิยมมากในฮ่องกง แต่กาแฟที่กรุงเทพทริปนี้ หลายแก้วทีเดียว ข้นกว่าที่ฮ่องกงเมื่อ ๕ ปีก่อน หลายเท่าตัวนัก ราวกับว่า กาแฟที่เมืองไทยล้าหลังฮ่องกง อย่างน้อย ๕ ปีขึ้นไป ล้าหลังสิงค์โปร์อย่างน้อยก็ ๓ ปี เท่าที่ทานมา พูดตรงๆแบบนี้ รับรองได้ว่าคนทำกาแฟที่กรุงเทพโดยเฉลี่ยโวยวายไม่ชอบอีก กาแฟนมหลายแก้ว ก็เปรี้ยวเหมือนดื่มโยเกริท์ที่ไม่หวานเอาเลย เอาแต่ลายลาเต้อาร์ทสวยเนียบก็พอมั้ง เดี๋ยวนี้ เค้าขายกาแฟกันที่รูปลักษณ์ ไม่ค่อยได้เน้นที่รสกาแฟกันแล้วมั้ง หรือไม่ก็โปะคาราเมลเข้าไป อีกที ลองกาแฟเย็นโปะสารพัดผลไม้สดและเครื่องเทศ ดีไม่ดีแซมร่มคันจิ๋วเข้าไปในแก้ว ดูน่ารักเข้าไปอีก อ้างว่าเป็นกาแฟอินดี้ ทำว่าเป็น signature drink ของบาริสต้าที่เค้าแข่งกัน ก็ไม่มีใครว่าอะไรได้ อินดี้ซะอย่าง แต่ร้านอินดี้ที่เค้าว่าดังๆกัน เค้าอ้างแต่ว่า เค้าเน้นที่รสชาติของกาแฟจริงๆไม่ใช่หรือ ไม่ใช่น้ำเชื่อมมหัศจรรย์ กับเพื่อนพ้องพวงเครื่องปรุงในกาแฟ เอ๊ะ มันยังไงกันแน่ กลับไปกลับมา ยอกย้อนดีจริงๆ



ลองเทียบกับร้านกาแฟที่ฮ่องกงดู เอาเฉพาะร้านท็อปๆก็แล้วกัน จะเห็นได้ว่า คะแนนห่างกันพอควร ฮ่องกงได้ ๔.๙ ดาว กรุงเทพทริปนี้ ได้แค่ ๓.๔ ดาว ถ้าจะว่าให้คะแนนโหด ลองดูอีกด้านนึงก็ได้ ผมยังไม่เคยพบบทความที่บอกว่า “กรุงเทพเป็นเมืองกาแฟที่สำคัญ ต้องมาชิมกาแฟทีกรุงเทพให้ได้ เพราะเป็นเมืองกาแฟชั้นนำ” อะไรทำนองนั้น อีกทั้ง ฮ่องกงเอง มีบาริสต้าเข้ารอบ ๖ คนสุดท้าย ของการแข่งบาริสต้าระดับโลกหลายปีและหลายคนทีเดียว เป็นประกันเรื่องคุณภาพกาแฟว่าเค้าไปถึงไหนกันแล้ว

ร้านที่ผมถือว่าเป็น Top 5 ที่ฮ่องกงตอนนี้คือ The Cupping Room ที่ได้เลยว่า เป็นร้านดังร้านหนึ่งในเอเซีย หรือว่าระดับโลกก็ว่าได้, กาแฟดริปที่ Freshness Coffee โดย Michael KT Wong, กาแฟดริปโดย Jonathan Fan ที่ A Side/B Side, แอโรเพรส (Aeropress) โดย Sara Chung ที่ N.O.T Specialty Coffee และ ทั้งดริปและเอสเพรสโซ่ที่ Cucus โดย Kenneth Lam

เท่าที่ทราบมา คนที่มาทัวร์กาแฟจากเมืองไทยมักจะไป Cupping Room และ ตบท้ายด้วยร้านอื่นๆ ที่หนักไปทางแต่งสวยแปลก มากกว่าจะไปร้านที่ชงกาแฟออกมาได้ดีๆ หลังจากทานกาแฟที่กรุงเทพคราวนี้ ผมว่าคนทำกาแฟไทย ที่มาทัวร์ร้านกาแฟเมืองนอก น่าจะเปลี่ยนโฟกัสการทัวร์ มาเป็นการชิมกาแฟที่ชงดีๆมากกว่าไปแต่ร้านที่แต่งดีเมล็ดแปลกประหลาดๆ จะได้รู้และเข้าใจว่า กาแฟที่ชงดีๆ รสชาติเป็นอย่างไร จะได้นำไปปรับปรุงคุณภาพการชงกาแฟที่กรุงเทพให้ดีขึ้น เพราะทริปกาแฟที่กรุงเทพครั้งนี้ บอกผมว่า การชงและการชิมกาแฟ เป็นจุดที่ต้องแก้ไขปรับปรุงอย่างเร่งด่วน มากกว่า รูปแบบ คุณภาพเมล็ดกาแฟ และ การตกแต่ง ไม่ใช่เอะอะอะไรก็เพลเซฟ โยน Geisha เข้าไปเทน้ำร้อน มันจะดีเอง ราวกับเจ้า Geisha เป็นแก้ววิเศษ ทำอะไรก็ได้และดีไปหมด ที่จริง เชฟเก่ง วัตถุดิบแค่พอใช้ ทำอาหารออกมาอร่อยกว่า เชฟห่วยๆ ใช้เนื้อนอก วัตถุดิบเกรดเอ สาระพัดโปะเครื่องปรุง แล้วคุยว่า ใช้ของดีเวลาลูกค้าตำหนิ เอาตัวรอดกันแบบนี้หรือ?

แต่ผมคิดว่าอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาคุณภาพ และฝีมือในการทำกาแฟที่เมืองไทย อยู่ที่คนทำกาแฟมากกว่า สมัยก่อน อาจจะโทษว่า หากาแฟดีๆที่เมืองไทยยากและแพง ที่ปลูกในไทย ก็มีแต่ Catimor ที่รสชาติด้อยกว่าสายพันธ์อื่นๆ ลงไปกรุงเทพคราวนี้ ผมว่าอ้าง Catimor ไม่ได้อีกแล้ว อ้างเครื่องไม้เครื่องมือก็ไม่ได้ ต้องแก้ที่คน

ในมุมมองของลูกค้า คนทำร้านกาแฟที่ดี ควรจะมีความเป็นมืออาชีพสูง รับฟังความคิดเห็นลูกค้า และพยายามเอาข้อตำหนิต่างๆ ไปปรับปรุงร้าน ไม่ใช่ว่าต้องให้ลูกค้าพูดตามแนวทาง ตามสไตล์คำพูดที่ตัวเองต้องการฟังเท่านั้น การไม่พอใจคำติที่จริงใจของลูกค้า ถึงกับก่นด่าและตาม like กันกระจายกับโพสต์ที่พูดจาว่าร้ายกับลูกค้า ไม่ใช่พฤติกรรมของมืออาชีพแน่นอน ได้แต่สงสัยว่าเจ้าของร้านคิดอย่างไรกับลูกน้องเช่นนี้ ถ้าไม่ได้ตักเตือนลูกน้องเลยให้ปรับปรุงตนเองใหม่ ก็น่าจะตีความว่า เห็นด้วยกับที่ลูกน้องประพฤติตนเช่นนั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่แย่เข้าไปอีก น่าเสียดายวลีประโยคที่คิดออกมาเป็นเป้าหมายวิชั่นของร้าน เพราะถ้าคิดแบบนี้ คงไปถึงเจ้าวิชั่นเลิศหรูได้ยาก เสียแรงคิดเปล่าๆ สู้เอาเวลาไปเทรนลูกน้องดีกว่า ทั้งฝีมือและทัศนคติ ได้ผลกว่าเยอะ

บางกะทู้ที่มีคำหยาบๆ ก็ยังมีคนทำกาแฟ like กันมากกว่าครึ่งร้อย ทำให้นึกถึงคนที่ฉลาดหน่อย ที่ไม่กดlikeแต่เห็นด้วย ว่าจะมีอีกกี่เท่าตัวกันแน่ ผมว่าปาเข้าไปหลายร้อยคนก็เป็นไปได้ ถ้าที่ผมคิดเป็นจริง นี่ไม่ใช่ปัญหาแค่ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นไปทั้งข้องแล้ว แต่เป็นกับคนทำกาแฟส่วนใหญ่ที่เป็นเอามากแบบนี้ น่าตกใจและน่ากังวลจริงๆ กับร้านกาแฟที่เมืองไทย สมมุติว่า ถ้าเป็นจริงอย่างที่คิด เมื่อไม่ฟังความเห็นจริงใจแบบตรงๆ พัฒนาการทางด้านกาแฟที่เมืองไทย น่าจะเป็นไปอย่างเชื่องช้ากว่าที่อื่นมาก ไม่ว่าคนอื่นเค้าไปถึงไหน ดูเหมือนคนทำกาแฟที่เมืองไทยเหมือนจะพอใจที่จะย่ำอยู่กับที่ ไม่ว่าจะทุ่มทุนกับเครื่องแพงๆไปเท่าใด ถ้าคนทำกาแฟมาเป็นเอาแบบนี้ ไม่มีความเป็นมืออาชีพพอ ไม่ยอมรับคำวิจารณ์จากลูกค้า เลือกที่จะรับฟังเฉพาะคำติที่เป็นไปตามครรลองที่คนทำกาแฟคิดว่า “ควรจะเป็น” กาแฟก็จะไม่พัฒนาเท่าที่ควร แล้วลูกค้าจะไปเรียนรู้สิ่งดีๆได้อย่างไร ไม่มีใครกล้ามาเป็นกระจกสะท้อนถึงคุณภาพกาแฟ ได้แต่สรรเสริญเยินยอหรือไม่กล้าพูด เพราะกลัวร้านโกรธเอา ถึงขั้นจะไม่ให้มีที่ยืน ไม่มีที่จะให้ทานกาแฟกันทีเดียว เอากันให้ตายในวงการกาแฟไปเลยก็ว่าได้

จะมาอ้างว่าต้นทุนทำกาแฟแพง เพราะฉะนั้น ต้องเห็นใจ ห้ามวิจารณ์ไปในทางที่ไม่ดี ร้านกาแฟจะได้อยู่รอดได้ แต่ร้านตั้งหลายร้าน เค้าก็เจอต้นทุนเยอะเหมือนกัน เจอกำแพงภาษีแบบที่คุณเจอ เค้าก็ยังทำกาแฟออกมาได้ดีทีเดียว ทำไมเค้าทำได้ ทำไมเค้ารับฟังได้ ทำไมเค้าอยากฟังแต่ข้อตำหนิจากลูกค้า ที่เค้าเชื่อว่าเค้าเอาไปใช้ปรับปรุงธุรกิจของเค้าได้ ทำไมคุณฟังไม่ได้ ทำไมคุณทำไม่ได้ทั้งที่ก็หนึ่งสมองสองมือ เก่งแต่พูดจาระรานลูกค้า ทำไมไม่เอาความมุ่งมั่นที่เกินล้นและเวลาที่มีอยู่ ไปใช้ปรับปรุงธุรกิจของคุณไม่ดีกว่าหรือ หรือทำไม่ได้ถึงต้องพูดคำหยาบๆพวกนั้นออกมา เหมือนกับรักษาหน้าเพราะคนอื่นเค้าทำได้ ความเป็นมืออาชีพไปอยู่ซะที่ไหนกัน

ถ้าลูกค้าติเรื่องกาแฟ แล้วเอาไปอ้างโวยวาย ลามปามไปถึงขั้นให้ลูกจ้างออก เพราะชงกาแฟไม่ดี มันเกินเลยเถิดของคำพูดของลูกค้าแล้ว เอาคำพูดของลูกค้ามาอ้างมากกว่า เพราะมะรอมมะร่อจะให้ออกอยู่แล้ว แต่หาข้ออ้างไม่ได้มั้ง ไม่มีหรอกที่คำพูดของลูกค้าคนเดียว จะทำให้ร้านพังไปได้ ไม่ว่าจะว่าร้ายแค่ไหน นี่ถ้าคนทำกาแฟพันธุ์นั้นได้อ่านคำวิจารณ์ร้านอาหารที่เมืองนอก อย่างที่ลงใน นิวยอร์คไทม์ New York Times หรือ วอชิงตันโพสต์ Washington Post ที่เค้าเขียนตรงๆ คนกาแฟบนหอคอยงาช้างเซเลปแบบนี้ที่มีกันดาษดื่นที่เมืองไทย มิชักกันตาตั้ง หามเข้าโรงพยาบาลไอซียูกันไม่ทันแน่ ทำไมร้านอาหารระดับสูง หรือถือได้ว่าระดับโลกพวกนั้นเค้าฟัง เค้าไม่วิ่งแจ้นไปฟ้องตำรวจ ไปฟ้องศาล ไปบังคับร้องเรียนให้เอาบทความในหนังสือพิมพ์ระดับโลกเหล่านั้นออก ความเป็นมืออาชีพของคุณไปอยู่ซะที่ไหนกัน

เป็นเอามากซะแบบนี้ ลูกค้าก็ไม่พัฒนา พอลูกค้าไม่พัฒนา ใครมันจะเป็นคนที่รู้จักรับรู้รสและประสบการณ์จากกาแฟดีๆแพงๆ อย่างเก่ง ก็กินแบบโก้หรูอวดชาวบ้านว่า ข้ากินกาแฟที่แพงๆ ซักพักก็เบื่อ หันกลับไปทานเอสเพรสโซ่เย็นกันไม่ดีกว่าหรือ ถูกกว่า หวานมันกว่า เข้าใจได้ง่ายกว่า ไม่ต้องปีนกระไดทาน แล้วคนทำกาแฟทำไมต้องไปเสียเวลาเรียนรู้กันมากมาย ลงทุนเยอะกับเครื่องมือดีๆ เพราะหาคนที่รับรู้ว่า ของดีเป็นอย่างไรไม่ได้ เพราะไม่พัฒนาลูกค้า ผมโทษคนทำกาแฟเรื่องนี้ เพราะลูกค้าไม่มีเวลาที่จะมาศึกษากาแฟอย่างจริงจังแบบคนทำกาแฟหรอก มันเหมือนไก่กับไข่ เหมือนพายเรือในอ่างก็ไม่ปาน คุณภาพกาแฟจะพัฒนาไปได้อย่างไร แล้วจะได้มีโอกาสทานกาแฟอร่อยๆมั้ย ถ้าคุณภาพของกาแฟและคนทำกาแฟ มันจมปลักอยู่ระดับนั้น



พูดแต่เรื่องไม่ดีมาตลอด พูดถึงเรื่องที่ดีบ้าง ทำนองว่า ในความมืดมิด ก็ยังมีริ้วรอยของความสว่างอยู่บ้าง ว่าเข้านั่น Smile

ถึงแม้โดยรวม ผมผิดหวังกับกาแฟทริปนี้มากกว่าทริปที่แล้วอีก แต่ยังมีอะไรดีๆ ที่พอจะพูดถึงได้บ้าง สำหรับร้านกาแฟที่กรุงเทพ อย่างน้อย ถ้าถามว่า มีร้านกาแฟที่พอจะแนะนำได้บ้างไหม คำตอบที่ผมมีให้กับเพื่อนๆที่ทานกาแฟด้วยกันคือ มีแน่นอน แต่น้อยกว่าที่คิดว่าควรจะเป็น

ร้านเหล่านี้ นอกจากทำกาแฟได้ดี ยังเป็นร้านที่โชว์ความเป็นมืออาชีพ รับฟังลูกค้า และเท่าที่สัมผัสมา ไม่ทรนงตัวดูถูกลูกค้า รวมทั้งโชว์ความตั้งใจว่า อยากจะพัฒนาคุณภาพการทำกาแฟให้ดียิ่งขึ้นไปอีกในอนาคต และผมว่าที่จริง เหตุผลที่ร้านเหล่านี้ ทำกาแฟได้ดี ก็เพราะมาจาก คุณสมบัติที่ดูเหมือนพื้นๆพวกนี้แหละ แต่การทัวร์กาแฟทริปนี้ ทำให้รู้สึกว่า ของง่ายๆแบบนี้ หายากมากที่ร้านกาแฟหลายต่อหลายร้านที่กรุงเทพ



ขอเพื่มเติมนิดกับร้านกาแฟที่ผมถือว่า เป็นท็อปของร้านกาแฟกรุงเทพในทริปนี้

ไป Bubble รามคำแหง อย่าพลาด cappuccino นี่พิมพ์ไปก็คิดถึงกาแฟนมของ Bubble ไปด้วย สตีมได้สุดๆเนียนนุ่มและหวานดีทีเดียว ไม่ต้องกลัวกาแฟนมเปรี้ยวที่นี่

ที่ สุดดริป พหลโยธิน ก็กาแฟดริปอย่างที่ชื่อร้านบอก ถ้ามีกาแฟดีๆของตัวเอง เอาติดมือไปให้คุณแนนที่สุดดริปชงให้ จะเพิ่มการรับรู้คุณสมบัติใหม่ๆของกาแฟถุงนั้นได้ดียิ่งขึ้น เพราะเค้าชงกาแฟเป็น

ถ้าเอารวมๆ ฝีมือใช้ได้ ทำเลดีสะดวก ใกล้ที่เดินเล่น ร้านแต่งสวย นั่งสบาย ไป Brave Roaster X I+D Style Café ที่ สยามดิสฯ

ถ้าย่านเก่าของกรุงเทพแถวไชน่าทาวน์ ลองแวะไป Happy Espresso วงเวียน ๒๒ ลองชิมอภินิหารในแก้วกาแฟที่เลื่องชื่อ จากอาม่าริสต้า หาอาตี๋อาหมวยหนุ่มๆสาวๆบาริสต้าที่กรุงเทพ มาต่อกรกับอาม่าเรื่องกาแฟ ได้ยากยิ่งนัก

ถ้าอยากจะเป็นฮิปสเตอร์นิดๆ ไม่กลัวว่าไปยาก และชอบกาแฟเอสเพรสโซ่มากกว่าดริป ลอง One Ounce for Onion เอกมัย ที่เพิ่งแต่งร้านใหม่ ดูดีขึ้นอีกเป็นกองเลยทีเดียว

ร้านเหล่านี้ ผมเชื่อว่า รับฟังและไม่ดูถูกลูกค้า ดีไม่ดีบอกเค้าได้เลย ไม่ต้องกล้วเค้าจะโกรธเอา จะได้ทำกาแฟให้ถูกใจคุณได้

ข้อยกเว้นคือร้านกาแฟที่เพิ่งเปิดใหม่ ๒ ร้าน คือ Pacamara Coffee Roasters X Specialty Coffee Lab ตอนที่ผมไปที่ร้าน เพิ่งเปิดได้แค่ ๒ อาทิตย์ กับ เอกมัย แมคคีอาโต้ เปิดได้ ๒ เดือน ปกติ ควรจะให้เวลาร้านเปิดใหม่แบบนี้ระยะหนึ่ง กว่าจะลงตัว เอาเป็นว่า ซัก ๖ เดือนก็แล้วกัน แล้วค่อยมาว่ากันใหม่อย่างจริงจังว่าร้านทำกาแฟเป็นอย่างไร

ผมมีความหวังไว้สูงมากสำหรับ Pacamara Coffee Roasters X Specialty Coffee Lab เท่าที่ได้รู้จักคุณชาตรี หวังว่าคงจะได้ทานกาแฟที่ดียิ่งขึ้นไปอีก หลังจากเข้าที่เข้าทางครบ ๖ เดือนแล้ว คือหลังจากเดือนกุมภา ๖๐ ไปแล้ว ร้าน Roots มีบาร์กราฟสองสี บาร์ตัวล่างคะแนนน้อยถ้าเจ้าของร้านไม่ได้ชงกาแฟให้ บาร์ตัวบนคะแนนเยอะ เทียบเคียงกับร้านดังๆที่เมืองนอกได้ ถ้าคุณเต้เจ้าของร้านทำกาแฟให้คุณทาน ผมไม่แนะนำไคเซ็น เพราะผมทนกาแฟสไตล์นั้นไม่ได้ และไม่ต้องการให้ใคร ต้องไปทรมานกับกาแฟแบบนั้น เหมือนกับที่ผมโดนมา แต่ถ้าชอบกาแฟแบบนั้น มีความรู้สึกดีๆ กับออสเตรเลียหรือนิวซีแลนด์ ร้านนี้โอเคเลย ฝีมือการชงใช้ได้เลยทีเดียว แต่ต้องเป็นคนที่ชอบกาแฟประเภทนั้นจริงๆ ไม่อย่างนั้นจะทรมาณน่าดู



boblam 在 星期四 一月 12, 2017 2:38 am 作了第 11 次修改
回頂端
檢視會員個人資料 發送私人訊息
boblam
Site Admin


註冊時間: 2007-05-04
文章: 294

發表發表於: 星期五 一月 06, 2017 4:24 pm    文章主題: Roots Coffee Roaster 引言回覆

Roots Coffee Roaster

dontknow ร้านกาแฟหัวก้าวหน้าที่กรุงเทพ


ถึงยังไม่เคยมาทานด้วยตัวเอง ที่ร้าน Roots ทองหล่อ ก็ได้ทานกาแฟคั่วจากร้านนี้ ตั้งแต่ปีมะโว้ สมัยที่ยังคั่วกาแฟที่ร้าน Roast ทานกาแฟแบบซีเรียสกับมันมานาน จนรู้สึกว่าแก่ไปเยอะเวลาเจอบาริสต้าเด็กๆสมัยนี้ Very Happy

มากรุงเทพคราวนี้ ตั้งใจจะมาทัวร์ร้านกาแฟ เลยขอเริ่มเปิดทริปด้วยร้านที่เลื่องชื่อด้านกาแฟ ที่หมายมั่นปั้นมือมานาน ว่าจะมาชิมให้ได้ อย่าง Roots


Roots อยู่ที่ไหน หาไม่เจอ Surprised

งมหาหน้าร้าน Roots อยู่นาน พอจอดรถปุ๊ป ขึ้นลิฟต์ไปชั้น ๓ เพราะหาชื่อ Roots ไม่เจอ เจอแต่ Roast ที่่เป็นร้านในเครือ แต่เน้นอาหารมากกว่ากาแฟ


Roast อยู่ชั้น ๓ บรรยากาศโปร่งโล่งสบายๆ แต่ไม่รู้สึกว่ามันโล่งจนเกินไป ออกแบบได้ดีทีเดียว

พนักงาน Roast กรุณาบอกว่า Roots อยู่ชั้นล่าง ปนอยู่กับสารพัดร้านชั้น M


ร้านอยู่ใต้ป้าย MARKET แสงเยอะดีช่วยในด้านถ่ายรูป

น่าจะมีป้ายง่ายๆ บอกว่าชั้น M มีร้านอะไรบ้าง แต่ก็เอาละ ควานหาจนเจอ


บ่ายวันอาทิตย์ แน่นและยุ่ง ยินดีด้วยครับ

วันที่ไปเป็นบ่ายวันอาทิตย์ ร้านแน่น เผอิญโชคดี เหลือที่นั่งตรงเคาน์เตอร์ที่นึง นั่งเคาน์เตอร์ดีที่ ได้เห็นบาริสต้าทำงาน เพลินดี ถ้าเค้าพอมีเวลา จะมาพูดคุยแนะนำกาแฟต่างๆ และร้านกาแฟอื่นๆใกล้เคียงเหมือนมีข้อมูลวงในเลยทีเดียว


สารพัดของใช้คนกาแฟ ผมชอบแก้วไซส์ต่างๆ

ทางขวาของเคาน์เตอร์ที่นั่ง มีชั้นขายอุปกรณ์ชงกาแฟน่าใช้หลายอย่าง แต่ทริปนี้กระเป๋าเล็ก ไว้คราวหน้า ค่อยแบกของที่ระลึกแบบนี้กลับมาก็แล้วกัน


ตู้เย็นตัวจริงดูดีกว่าในรูปเยอะ

ตู้กาแฟเย็น ดูดีทีเดียว แต่ผมเข็ดทานกาแฟแบบโควด์บลู ทานมาหลายที่ไม่เคยชอบเลย เหมือนที่คนคั่วกาแฟที่ผมนับถือในความรู้และฝีมือท่านนึง บอกว่า เหมือนทานแบรด์ยอดซุปไก่ บางทีมีกลิ่นหมักประหลาดๆ เหมือนวิสกี้ เหมือนเหล้า เอียนๆยังงัยไม่ทราบ คงทานกาแฟดีๆแบบนี้ไม่เป็นมั้ง Razz


พระเจ้าช่วยกล้วยทอด! และแล้ววันนั้นก็มาถึง เกอิชาโคลด์บรูย์ เมี่อไหร่จะถึงคราวกาแฟ 90+ หรือ กาแฟที่ Semeon Abay ดูแลบ้าง คงอร่อยน่าดู Razz

Roots’ Barista Choice เล่นเกอิชากับโควด์บรูว์เลย… บรือ………… ขอบายแล้วกัน ไว้อารมณ์ดีอาจจะลองดู คราวหลังแล้วกัน


เมนูสุดฮิบแบบร้านกาแฟคลื่นลูกที่สาม ต้องแปลอีกรอบถึงจะเข้าใจว่าจะสั่งยังงัย

ถัดไปก็เป็นบอร์ดเมนู เมนูโชว์ความฮิบสุดๆแบบร้านกาแฟหัวก้าวหน้าคลื่นลูกที่สาม

แทนที่จะเรียก อเมริกาโน่ (Americano) ก็เรียกเป็น เอสเปรสโซ่กับน้ำ (Espresso with water) คาปูชิโน่ (Cappuccino) ลาเต้ (Latte) แฟลตไว้ท์ (Flat White) ไม่ต้องไปหา มีแต่ เอสเปรสโซ่ใส่นม (Espresso with milk) ก็ดีไปอย่าง ไม่ต้องไปสับสนว่า อะไรใช้นมใช้กาแฟเท่าไหร่ โดยเฉพาะเจ้า แฟลตไว้ท์เจ้าปัญหา หาคนทำถูกหรือถูกใจเจ้าของประเทศบ้านเกิดของแฟลตไว้ท์ยากเหลือเกิน ถ้าบาริสต้าไม่เคยมีประสบการณ์ใน ประเทศออสเตรเลีย หรือ นิวซีแลนด์มาก่อน หรือทำงานกาแฟกับคนประเทศนั้นมาก่อน ดูเหมือนยากมาก ที่ทำแฟลตไว้ท์ถูกใจพี่ท่าน ที่แต่ละคนดูเหมือนจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟ ถ้าได้อยู่กินและดื่มกาแฟที่นั่นมาก่อน

ที่น่าสังเกตคือ ไม่มีเมนูเครื่องดื่มยอดนิยมของคนไทย ที่ฝรั่งฟังแล้วงงอ้าปากหวออย่าง เอสเพรสโซ่เย็น ด้วย หรือเรียกสั้นๆว่าเอสเย็น กล้าจริงๆ



ร้อนๆอย่างนี้ ดีด้วยที่ไม่มีมะนาวหรือสารพัดผลไม้แช่เข้าไป

ร้อนๆอย่างนี้ได้น้ำเย็นๆซักแก้ว เยี่ยม มีดีอีกอย่างที่เป็นน้ำเปล่าๆ ไม่มีมะนาวหรืออะไรแช่อยู่ ที่จะมา รบกวนเปลี่ยนแปลงรสชาติของกาแฟแท้ๆไปได้

เริ่มด้วยเอสเปรสโซ่ก่อนเลย สั่งเป็นเอสเปรสโซ่แบบยอดนิยม ที่ร้านกาแฟคลื่นลูกที่สามชอบเสิร์พกัน ไม่ใช่กาแฟแบบเบลนด์ผสม (Blend) แต่เป็นแบบ ซิงเกิ้ลออริจิน ที่มาจากแหล่งเดียว เพราะร้านกาแฟหัวก้าวหน้าแบบนี้ ส่วนใหญ่จะเชื่อว่ากาแฟที่เขาคัดสรรมาดีพอ มีรสครบถ้วนไม่ต้องไปผสมให้เสียเวลา กับเสียรสชาติเปล่าๆ


หนึ่งในทีมบาริสต้าของ Roots ที่เห็นรูปตั้งแต่ร้านเก่าที่เอกมัย

ซิงเกิ้ลออริจิน ที่สั่งเป็น ปาปัว นิวกีนี โมแอนติ (Papua New Guinea, Moanti) ที่บาริสต้าบอกว่า Tasting Notes มีรสขนุน รสเปรี้ยวผลไม้ของทับทิม กับตังเมค้างอยู่ในคอ (Nougat finish)


๑๐๐ บาทสำหรับกาแฟที่มีเค้าว่าจะดี บวกกับการตกแต่งและทำเล ถือว่าไม่แพงเลย แต่ข้อสำคัญ จะอร่อยหรือเปล่า?

เอสเปรสโซ่แก้วนื้ ชงแบบสมัยใหม่จ๊าบที่นิยมอย่างมากแถบนื้ เป็นกรดเปรี้ยวๆ แต่น้ำกาแฟออกบางๆ ค่อนข้างใส ถ้าจะให้เดา บาริสต้าคงอยากโชว์รสชาติกาแฟแบบสุดๆ มีอะไรเอาออกมาให้หมด แต่ผมไม่ชอบสไตล์นื้เอามากๆ ทานเอสเปรสโซ่แต่ไพล่ไปเหมือนทานกาแฟดริปแบบข้นๆ ถ้างั้นสั่งกาแฟดริปไม่ดีกว่าหรือ อาจจะอร่อยกว่าและเหมาะกับกาแฟตัวนี้อีก


การผสมโทนสีของแก้วกับจานรองช่วยให้กาแฟดูน่าทานขึ้น คะแนน: ๒ ดาว จาก ๕ ดาว

แก้วนี้สไตล์คล้ายๆกับที่ The Cupping Room ที่ฮ่องกง ร้านที่บาริสต้าเข้ารอบ final ของ World Barista Championship สองปีซ้อน เริ่มชงประมาณสามปีที่แล้ว แต่เค้าเลิกชงแบบนี้ไปนานแล้ว บางๆแล้วหาคาแรคเตอร์ไม่เจอ บอดี้ที่เป็นจุดเด่นของเอสเพรสโซ่ ที่ควรจะเหนือชั้นกว่ากาแฟดริปหลายช่วงตัว กลับหาไม่เจอในแก้วนี้ และการชงสไตล์นี้ เทสติ้งโน๊ตไม่ต้องพูดถึง เปรี้ยวประหลาดๆอย่างเดียว

มานั่งนึกดูรสชาติแก้วนี้ ส่วนหนึ่งก็ละม้ายคล้ายคลึงกับกาแฟจากทางสหรัฐอเมริกาทางฝั่งตะวันตกแถวแคลิฟอร์เนีย/ซานฟรานซิสโก ด้วย อย่างพวก Ritual หรือ Four Barrels แต่ยังไม่ดีเท่า

แก้วนี้ผิดหวังมาก ชงคงไม่ถึงกับเรียกว่าผิด คนทานกาแฟอย่างผมได้แต่บอกตรงๆว่า ไม่อร่อยเลย


แต่ผมไม่ชอบสไตล์การชงกาแฟแบบนี้เลย ดูผิดฝาผิดตัวยังไงไม่รู้ คะแนน: ๒ ดาว จาก ๕ ดาว

ผิดหวังมาจากเอสเปรสโซ่ ซิงเกิ้ลออริจิน ซึ่งโดยปกติ จะเป็นตัวโชว์ของร้านกาแฟประเภทหัวก้าวหน้าสไตล์นี้ กลับมาลองกาแฟดริปดู เผื่อจะโชคดีเจอกาแฟอร่อย

ผมเลือกกาแฟธรรมดา ไม่วิลิศมาหราอะไรอย่างโคลอมเบีย ที่จริงกาแฟพื้นๆชงยากกว่ากาแฟแพงๆที่ชงยังไงก็มีรสชาด เหมือนกับที่คนชงหลายคนบอกว่า แค่เติมน้ำร้อนก็พอกับกาแฟแพงๆพวกนี้ แล้วทุกอย่างมันจะลงตัวเอง แต่จะจริงหรือเปล่า ที่กาแฟแพงๆเท่านั้นถึงจะดี ก็ยังไม่แน่ใจ


ท่าทางคนชงทะมัดทะแมนดีแต่... คะแนน: ๑ ดาว จาก ๕ ดาว


บาริสต้าอีกคนมาชงดริปให้ ท่าทางดูดีมากๆ ดูตาชั่งเป็น Acaia ที่ร้านกาแฟคลื่นลูกที่สามชอบใช้กัน เวลามีปัญหาสามารถดึงกราฟน้ำมาดูการชงได้ ฟอร์มดี แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับว่า กาแฟที่ชงออกมารสชาติเป็นยังไง


กาแฟออกมาไม่อร่อย เบลอๆยังไงไม่รู้ คะแนน: ๑ ดาว จาก ๕ ดาว

แก้วนี้ออกมาแล้ว ผิดหวังอีก ออกมาเบลอๆไม่มีรสชาติ เหมือนกับ โคลอมเบีย เกรดถูกๆ เมื่อหลายปีที่แล้ว ที่ชงมาไม่ค่อยดี ปัจจุบัน โคลอมเบีย ไม่ว่าเกรดไหน รสชาติดีมากๆ แก้วนี้ปัญหาน่าจะมาจากคนชง มากกว่าเมล็ดกาแฟดิบและการคั่ว


เจ้าของร้านและแชมป์ประเทศไทยชงเองเลย ไม่ลองไม่ได้!

ทานมา ๒ แก้วแล้ว ไม่ประทับใจเลย มิน่า เพื่อนๆที่ทานกาแฟด้วยกันหลายคน มาร้านนี้แล้วไม่มีความเห็นคอมเมนต์ให้ผมซักคน เงียบอย่างเดียว ถามก็ไม่ยอมตอบ

เฮือกสุดท้ายก่อนจะไปร้านอื่นต่อ เหลือบไปเห็นเจ้าของร้าน คุณเต้ วรัตต์ วิจิตรวาทการ กำลังง่วนชงกาแฟอยู่ ดูฟอร์มดี สมกับที่เป็นแชมป์ประเทศไทย ได้ไปแข่งกับชิงแชมป์บาริสต้าโลกที่อิตาลี ปี ๒๕๕๗

ผมว่าคุณเต้ เป็นตัวแทนไทยที่ดีที่สุด เท่าที่ดูการแข่งขันมา เลยกัดฟันสั่งดูอีกแก้ว ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ต้องเดินไปบอกกับคุณเต้ตรงๆ จะได้ชัวร์ว่าคุณเต้จะชงให้จริงๆ แล้วก็คอยชะเง้อคอมองแกชง

โชคดีที่เจอคุณเต้ เพราะมาทราบภายหลังว่า แกไม่ค่อยมาร้านบ่อยนัก ถ้าพลาดแก้วนี้ คงไม่มีวันเข้าใจว่าทำไม Roots ถึงมีชื่อเสียงว่า เป็นร้านกาแฟดังของประเทศไทย


หนึ่งในแก้วของกาแฟที่ชงได้เยี่ยมจริงๆ ตั้งแต่ทานกาแฟมา, คะแนน: ๔ ดาว จาก ๕ ดาว

เอสเพรสโซ่ของเฮ้าส์เบลนด์แก้วนี้ เป็นแก้วที่ดีที่สุดของทริปนี้ บอดี้หนานุ่มละมุนละไม แต่ไม่ขาดรสผลไม้ ที่ออกมาชัดเจนมากไม่กวนกัน ช็อตที่ได้ไม่สั้นด้วย ค่อนค้างยาวซึงเป็นสิ่งที่โรงคั่วชั้นดีทั้งหลายแนะนำกัน เพราะใช้โชว์ฝีมือการเลือกเมล็ดแลการคั่วได้ดี แต่ได้บอดี้และรสชาติหมดจด ตั้งแต่หัวจรดท้าย ฝีมือจริงๆบาริสต้าคนนี้ เหมาะสมแล้ว ที่แข่งได้แชมป์ประเทศไทย

หมดสมัยไปนานแล้ว กับการชงแบบตกยุค ที่ชอบอัพโดสดึงชอทสั้น แต่ยังคงเป็นที่นิยมแถบนี้ เพราะกาแฟคั่วมาไม่ดี ข้างหลังสกปรกปาก จึงจำเป็นต้องคัทชอทกาแฟก่อนเวลาอันควร ไม่ให้เจ้ารสสกปรกปนมาอยู่ในแก้ว และค้างในปากเป็นชั่วโมง ทานน้ำเท่าไหร่ก็ไม่หายสกปรก

อาฟเตอร์เทสรสที่ติดค้างในปากของเอสเพรสโซ่ถ้วยนี้สะอาดมากๆ โชว์กลิ่นดอกไม้ ที่เป็นตัวชี้ค่อนข้างชัดว่า มีกาแฟดรายโปรเซส (ตากแห้งไม่ใช้น้ำ) ผสมอยู่แน่นอน ส่วนตัวแล้วไม่ชอบกาแฟแบบนี้มากๆเพราะรสชาติเสี่ยงปล่าปลั่งมาก บางทีไม่สะอาดด้วย เพราะคุมความชื้นยากตอนตาก บางทีก็มีรสแปลกประหลาด เหมือนหมักเว่อร์เกินไป เพราะคุมยาก

แต่แก้วนี้ออกมาสะอาด และหวานตั้งแต่ต้นจนจบ แก้วนี้ที่คุณเต้ดึงให้ถือว่าอร่อยเข้าขั้นสุดยอดเป็นแก้วต้นๆเลย เทียบกับเอสเปรสโซ่ทุกแก้ว ที่ผมเคยดื่มมาทีเดียว แสดงถึงฝีมือของบาริสต้า และความเข้าใจในกาแฟที่มาจากโรงคั่วของแกเองอย่างดี ฟังดูง่ายแต่ไม่ง่ายเลยที่จะชงกาแฟได้ดีถึงระดับนี้ ควรจะให้ดาวทั่วท้องฟ้ามั้ยเนี่ยกับแก้วนี้ Smile

ข้อเสียของกาแฟตัวนี้ไม่ใช่ตัวกาแฟเอง แต่เป็นการนำเสนอของกาแฟ ที่ทำให้ไม่น่าสนใจเอาเลย บาริสต้าคนที่รับออเดอร์ผมบอกแค่ว่า เป็นเบลนด์ของบราซิลกับโคลอมเบีย แล้วแกก็บรรยายรสชาติของเบลนด์ แต่สำหรับผม พอบอกแค่บราซิลกับโคลอมเบียเบลนด์ มันก็ไม่น่าสนใจแล้ว ปกติกาแฟ ๒ ตัวนี้ใช้สำหรับทำกาแฟพื้นๆ (base coffee) แค่หวานนิดๆกับน้ำตาลไหม้ เอาไว้สำหรับเอากาแฟที่แพงกว่ามาเติมรสกลิ่นบอดี้ อย่างดอกไม้จากเอธิโอเปีย ความหวานและผลไม้จากอเมริกากลาง และหรือ บอดี้ จากสุมาตรา ตัวมันเอง ไม่มีอะไรน่าสนใจ ทำให้หลายคนฟังแล้วคงผ่านไปเลือก ซิงเกิ้ลออริจิน แทน ถึงแม้ ปาปัว นิวกีนี ฟังดูแล้ว ก็ไม่ค่อยหน้าสนใจเท่าไหร่

แต่เจ้าเบลนด์นี้ออกมา ดีกว่าซิงเกิ้ลออริจินเยอะมาก จนแต่ละตัวในเบลนด์ น่าจะนำเสนอเป็นซิงเกิ้ลออริจินเองสะอีก ตอนหลังถึงมารู้ว่าเจ้าบราซิลในเบลนด์นี้ไม่ธรรมดา เป็น Pulp Natural คือปอกเปลือกก่อน แล้วนำไปตากแห้ง ได้รสชาติก้ำกึ่งระหว่างล้างน้ำล้วนๆกับตากแห้ง บราซิลปกติจะเป็นล้างน้ำซะส่วนใหญ่ กาแฟบราซิลในเบลนด์ตัวนี้จึงค่อนข้างพิเศษ มาจาก Carmo Estate โคลอมเบียยิ่งน่าสนใจใหญ่ เป็นดรายโปรเซสตากแดดแห้งอย่างเดียว (Colombia San Pascual Natural) ซึ่งไม่ค่อยได้ยินและเจอยากกว่าบราซิล Pulp Natural ซะอีก ถ้าบอกรายละเอียดเพิ่มแค่นี้ เบลนด์นี้จะน่าสนใจกว่า ปาปัว นิวกีนี ซิงเกิ้ลออริจิน อย่างมาก ที่จริงแก้ปัญหานี้ง่ายๆโดยแค่เขียนชื่อกาแฟและเทสติ้งโน๊ต บนกระดานเล็กๆวางไว้บนเคานเตอร์ ก็จะช่วยได้เยอะทีเดียว


กาแฟที่ผมลองทานวันนี้

ทริปนี้หมดไปสามแก้ว Very Happy

สรุป ร้าน Roots ทองหล่อ เป็นร้านที่มีฟอร์มดีมาก และมีโอกาสที่จะพัฒนาไปได้อีกเยอะ เมล็ดกาแฟกับโรงคั่วใช้ได้แล้ว ดูจากกาแฟที่คุณเต้ดึงให้ทาน ที่รสชาติสุดๆ เป็นแก้วนึงในฝันทีเดียวที่ต้องหาโอกาสทานอีกให้ได้

ส่วนที่ต้องปรับปรุงคือบาริสต้า ที่เป็นปัญหาใหญ่เกือบแทบทุกร้าน น่าจะให้โอกาสบาริสต้าได้ทานกาแฟดีๆที่ชงดีๆ จะได้มีโอกาสพัฒนาตัวเองและเป็นประโยชน์กับลูกค้าในระยะยาว แค่ท่องจำเทสติ้งโน๊ตอย่างเดียวไม่พอแน่นอน แค่รู้หลักการชงกาแฟอย่างใดโอเว่อร์หรืออันเดอร์ก็ยังไม่พอ ควรจะรู้ว่ากาแฟชงออกมาดีๆ รสชาดเป็นยังงัย แก้วที่ชงออกมาดีพอถึงมาตรฐานของร้านหรือไม่ ดีพอที่จะเสิร์ฟกับลูกค้า และมีเทสติ้งโน๊ตชัดเจน อย่างที่ตัวเองบอกลูกค้าหรือเปล่า

พวกนี้ผมว่า ได้มาจากการตระเวณทานกาแฟดีๆเยอะๆ ถ้าที่เมืองไทยคุณเต้น่าจะชงเอสเพรสโซ่ให้สตาฟทานมากหน่อย แก้วที่แย่ที่สุดในสามแก้วนี้เป็นกาแฟดริป หาที่ชงดริปดีๆในกรุงเทพยากจริงๆ ราวกับว่าบาริสต้าส่วนใหญ่ไม่เข้าใจกาแฟดริปเอาเสียเลย หรือผมหาไม่เจอก็ไม่ทราบ ถ้าเป็นดริป ผมเห็นแต่คุณแนน แชมป์ชงกาแฟคนแรกของไทย ที่ไปแข่งขันชงกาแฟโลกปีนี้ ที่ สุดดริป (Sutdrip) ที่ทำกาแฟดริปออกมาได้เข้าท่า เอาเป็นแม่แบบพอได้ในระดับนึง

ผมได้แต่หวังว่า คราวต่อไปผมคงได้ทานกาแฟอร่อยๆจากบาริสต้าคนไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นคุณเต้คนเดียวที่ ร้าน Roots ทองหล่อ ร้าน Roots ทองหล่อมาถูกทางในการเสิร์ฟกาแฟดีๆให้กับลูกค้า ผมเชื่อว่าคุณเต้และทีม มีศักยภาพเพียงพอที่จะปรับปรุงเพิ่มเติมของที่ดีอยู่แล้ว ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก


Dining date: 2016-08-14
Rating (out of a total of 5 stars):
Taste 2 | Environment 5 | Service 4 | Clean 5 | Price 2


boblam 在 星期六 一月 07, 2017 3:48 pm 作了第 2 次修改
回頂端
檢視會員個人資料 發送私人訊息
boblam
Site Admin


註冊時間: 2007-05-04
文章: 294

發表發表於: 星期六 一月 07, 2017 4:35 am    文章主題: Bottomless Espresso Bar 引言回覆

Bottomless Espresso Bar

เมล็ดและการคั่วพอได้ แต่ต้องปรับปรุงการชงกาแฟอย่างมาก

ผมเจอคุณหมู เจ้าของร้าน บอตตอมเลส เอสเพรสโซ่ บาร์ (Bottomless Espresso Bar) หลายปีแล้วตอนที่แกไปทัวร์ร้านกาแฟที่ฮ่องกง พอรู้ว่าคุณหมูเปิดร้านกาแฟเอง ก็อยากจะไปลองกาแฟที่แกคั่วเอง

แต่พอดูแผนที่ ร้านอยู่ไกลนอกเส้นทางที่ผมคุ้นเคย เอาง่ายๆ ร้านนี้อยู่ห่างจากเอกมัย ดินแดนแหล่งกาแฟสุดฮอตร้อนฉ่าในขณะนี้ไป ๓๐ กว่า กิโล คิดเวลาเดินทางคร่าวๆก็เกือบชั่วโมงนึง ถ้าไม่อยู่แถวนั้นก็ไกลโขทีเดียว บังเอิญมีธุระแถวนั้นเลยโชคดีได้มาทานกาแฟที่ร้านนี้


ร้านเงียบน่ารักอยู่ท่ามกลางบ้านอื่นๆที่ชานเมืองของกรุงเทพ

การติดฟิลม์ดำทึบแบบนี้ที่หน้าร้านเห็นได้โดยทั่วไปในเมืองไทยเพราะอากาศร้อนมาก แต่พอเข้าไปในร้านจะรู้สึกโปร่งสบาย


ร้านดูทึบจากด้านนอกแต่จริงๆข้างในโปร่งนั่งสบาย

ด้านขวาที่ผมนั่งเป็นชั้นขายของอุปกรณ์เกี่ยวกับกาแฟ


ชั้นขายอุปกรณ์กาแฟ ตัวจริงสีไม้ดูสวยกว่านี้ Smile

ด้านหน้าของที่นั่งมีเจ้า Spirit โดยศิลปินเครื่องกาแฟชื่อ คีส์ แวน เดอ เวสเทน (Kees van der Westen) ที่ขึ้นชื่อลือชาว่าสวยเหลือเกิน ดีด้วย แต่ก็แพงเอาการ


อุปกรณ์ชงกาแฟเทพๆเพียบเต็มพิกัด


มีเครื่องบดอยู่สามตัวสำหรับสามเบลนด์ ดูน่าเกรงขามจริงๆ ถัดไปด้านซ้ายมีเครื่องบดยอดนิยมของแถบนี้ Mahlkonig’s EK 43 ที่ได้รับอิทธิพลมาจาก ออสเตรเลีย โดยคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญดั้งเดิมตัวจริงเสียงจริงของเครื่องบดตัวนี้คือชาวอเมริกันชื่อ Ben Kaminsky เบน คามินสกี้ แชมป์สามสมัยของ US Cup Tasters Championship ที่ให้แรงบันดาลใจและสอนบาริสต้าหลายต่อหลายคนแถบนี้จนมีชื่อเสียงตั้งเนื้อตั้งตัวได้ อย่างน้อยก็ในวงการกาแฟ

เรียกได้ว่าร้านนี้เครื่องเพียบ อุปกรณ์ระดับนี้สามารถทำกาแฟเทพๆออกมาได้ไม่ยากนักถ้าคนทำมีฝีมือเอาเครื่องอยู่และได้กาแฟที่คั่วมาดี


เจ้า EK43 ตัวสีขาวก็มาด้วย

เริ่มกันเลยด้วยแคปูชิโน คนชงไม่ใช่คุณหมูแต่ก็ลองดูแล้วกัน กาแฟที่ออกมาโอเคแต่ไม่เด่นนักแต่ได้ลายลาเต้อาร์ทสวยดี อย่างน้อยก็ให้คะแนนบาริสต้าได้ตรงที่เป็นฟรีพอร์คือไม่ใช้ช้อนกันนมเวลาเทนมลงในกาแฟที่จะช่วยเก็บความนุ่มของนมที่ตีมาแล้วได้ดี

แต่ว่าความนุ่มและเนื้อของนมที่สตีมมาแค่พอใช้ได้ ไม่เด่นและไม่ดีเท่าแก้วเยี่ยมๆที่ผมเคยทาน


ลายลาเต้สวยพอได้ Cappuccino ของ Bottomless' AEC Blend, 2 ดาว จาก 5 ดาว

กาแฟที่ใช้บาริสต้าชงออกมาค่อนข้างข้น (tight) กับมีรสน้ำตาลไหม้เกือบขมกับเค็มเล็กๆแทรกเข้ามาเป็นกระสาย ทานแล้วไม่ค่อยสบายปากเลย

มารู้ตอนหลังว่ากาแฟที่ใช้เป็น AEC เบลนด์ ที่มี ไทย ลาว กับ สุมาตรา ดูส่วนประกอบของเบลนด์แล้วรู้เลยว่ากาแฟนี้ไม่ได้ตั้งเป้าไว้สำหรับคนดื่มกาแฟคลื่นลูกที่สาม แต่ก็ไม่ใช่สไตล์แบบดั้งเดิมทีเดียว

รสออกมาเป็นลูกผสมยังงัยไม่รู้ บอดี้โตๆคุณอิเหนาแกจัดให้ แต่กาแฟ ไทยกับลาวไม่มีรสอะไรที่เด่นนักได้พวกเบสิคน้ำตาลไหม้ก็แค่นั้น

โอเคครับแก้วนี้ถ้าคิดถึงสไตล์ที่กาแฟในเบลนด์บอกคร่าวๆว่าคนเบลนด์อยากได้อะไรในกาแฟที่เขาเสิร์พ ให้เดา ถ้าดึงยาวก็อาจจะได้รสชาดไม่ดีออกมาและอาจจะออกเค็มแบบดูไม่จืดเลย ถ้าสั้นมันก็ข้นจนจับรสชาดอื่นๆยาก ไม่ใช่เบลนด์ที่ผมชอบแน่นอน


กาแฟมีสามเบลนด์ ตัวนึงสำหรับนม ตัวนึงสำหรับทานเป็นเอสเพรสโซ่ ตัวนึงสำหรับลาเต้อาร์ท ถ้าจำไม่ผิด

ลองเอสเพรสโซ่ดูบ้าง คราวนี้คุณหมูลงมือชงให้เองเลย ชอทที่ได้พอใช้ได้แต่สำหรับผมยังข้นเกินไป ทำให้คิดถึงสไตล์ชงแบบนี้ที่ดาษดื่นในฮ่องกงเมื่อ ๕ ปีที่แล้ว ที่ฮ่องกงยังดีที่หวานบ้าง แต่แก้วนี้ออกเค็มๆนิดๆ


เอสเพรสโซ้เฮาส์เบลนด์, 1 ดาว จาก 5 ดาว

เจ้าขนมที่ให้มาด้วยน่าจะช่วยได้แต่ผมไม้ได้ทานเพราะยังอยากชิมกาแฟอีกหลายแก้ว เกรงว่ารสชาดมันจะกวนกัน


เคาน์เตอร์ที่นั่ง สวยแลนั่งสบาย

หมดไปสองแก้วแล้ว Smile ระหว่างทานกาแฟก็ได้ดูแมวของคุณหมูเพลินๆไปด้วย


ดูเด่นเป็นสง่าดี Very Happy

มาลองกาแฟฟิลเตอร์กัน บาริสต้าแนะนำไซฟ่อนของกาแฟกัวเตมาลาที่ผมเลือกไว้ก่อนแล้ว ก่อนจะชงขอตั้งข้อสังเกตว่าเป็นครั้งแรกที่ผมเห็นบาริสต้าใช้พายชงไซฟ่อนกดกระดาษกรองตอนที่น้ำขึ้นมาแล้ว ซึ่งดูแปลกตาเป็นอย่างมาก ทานมากี่ที่ไม่ว่าแชมป์ฮ่องกง หรือ แชมป์โลกก็ไม่เคยเห็นใครทำอย่างนื้ อาจจะเป็นเทรนใหม่ก็ได้ ดีที่ได้เรียนการชงแบบใหม่ๆ


ใช้พายชงไซฟ่อนกดกระดาษกรองตอนที่น้ำขึ้นมาแล้ว Surprised

อีกอย่างเท่าที่ทราบ การแข่งชงไซฟ่อนเค้าจะต้องเทผงกาแฟลงก่อนที่น้ำจะไหลขึ้นมา แต่ก็ไม่น่าผิดอะไรที่รอจนน้ำขึ้นก่อนแล้วค่อยเติมกาแฟ อาจจะได้อุณหภูมิที่คงที่กว่าก็ได้


บาริสต้าแนะนำว่าให้ลองไซฟ่อน

นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมได้กาแฟเสิร์ฟในเหยือกสเตนเลส บาริสต้าบางคนไม่ยอมทำเด็ดขาดเพราะเชื่อว่ากาแฟที่ได้จะมีรสแปลกๆออกไป อาจจะมีรสโลหะ (Metallic) เฝื่อนๆปนออกมาด้วย


เสิร์ฟกาแฟฟิวเตอร์ในเหยือกสเตนเลส แปลกดี ดริปของกาแฟกัวเตมาลา, 1 ดาว จาก 5 ดาว

สำหรับกัวเตมาลาแก้วนี้มีกลิ่นสโมคควันไฟมาก แต่ไม่อยู่เหนือความคาดหมายเพราะกลิ่นสโมคเหมือนเป็นมาร์คเกอร์เอกลักษณ์ประจำตัวของกาแฟจากกัวเตมาลา จะยกเว้นแต่กาแฟระดับสุดยอดอย่าง กัวเตมาลาจากไร่ El Injerto เอล อินแฮร์โต้ ที่ Stumptown สตั๊มทาวน์ แห่งเมือง พอร์ทแลนด์ รัฐโอเรกอน หนึ่งในสามโรงคั่วยักษ์ของกาแฟคลื่นลูกที่สาม จาก อเมริกา ซึ่งเป็นแหล่งเกิดของกาแฟคลื่นลูกที่สามแห่งแรกของโลกด้วย (สองยักษ์ใหญ่ที่เหลือคือ Intelligentsia Coffee Roaster อินเทลิเจ้นเซี่ย แห่ง เมือง ชิคาโก้ รัฐอิลลินอยส์ กับ Counter Culture Coffee เคาน์เตอร์ เคาน์เชอร์ อยู่ที่ เมือง Durham เดอเริ้ม North Carolina รัฐ นอร์ท แคโรไลน่า) เป็นคนแนะนำรายแรกๆที่แนะนำกาแฟนี้สู่คนรักกาแฟและผูกขาดกาแฟคุณภาพสูงจากไร่นี้อยู่หลายปี

แต่แก้วนี้ที่ Bottomless มีใบยาสูบเป็นกระสาย และมีรสเค็มๆปล่าๆ (savory) ด้วย กาแฟแก้วนี้ไม่หวานเอาเลยและชงไม่ค่อยดีรสออกมาไม่ค่อยชัดเจน ปกติไซฟ่อนที่ผมได้ดื่มจะโชว์รายละเอียดยุบยิบของตัวกาแฟได้ดีไม่มีปิดบังเลย ชอบหรือไม่ชอบสไตล์นี่ก็อีกเรื่องนึง แต่แก้วนี้ไม่ได้เลย


ลองดริปกันดู โคลอมเบีย COE, 1 ดาว จาก 5 ดาว

จบสามแก้วนี้ผมอยากกลับบ้านแล้วครับ เผอิญเจอคุณหมูที่กำลังสอนลาเต้อาร์ทอยู่หลังร้าน กวนคุณหมูแกคุยซักพัก แกบอกให้ลองทาน กาแฟ โคลอมเบีย ที่ได้รางวัล COE, Cup of Excellence ดู บาริสต้าที่ชงไซฟ่อนเป็นคนชงดริปให้ สำหรับดริปผมไม่หวังจะได้รายละเอียดหยุมหยิมเท่าไซฟ่อน แต่ได้่ความหวานละมุนละไมทานง่ายกว่า

แต่กาแฟแก้วนี้ออกมาไม่มีรสไม่มีชาดเลย ไม่มีทางที่กาแฟ COE จะมีรสชาดเพียงแค่นี้ ถ้าผมทานแก้วนี้ที่ฮ่องกงแล้วบอกว่าเป็น COE ผมโดนหลอกแน่นอนและจะไม่ยอมไปร้านนี้อีกเลย


เคีัยวเมล็ดเป็นตัวบอกคร่าวๆว่ากาแฟและการคั่วเป็นอย่างไร เช็คคนชงด้วยว่ารสชาดชงออกมาตรงกับเมล็ดกาแฟที่ควรจะเป็นหรือเปล่า ถ้าฝีมึอไม่ได้กาแฟมันจะเพี้ยนออกไป มากน้อยแค่ไหนตามฝีมือ

โชคดีที่ผมขอเมล็ดมาลองทานดู อื้อฮือรสชาดเทพจริงๆสมแล้วกับที่ได้รับรางวัล COE ความเป็นผลไม้และความหวานออกมาเป็นชั้นๆดีทีเดียว นี่ขนาดยังไม่โดนน้ำร้อนยังรสขนาดนี้ ชงดีๆจะได้กาแฟที่อร่อยขนาดไหน แสดงว่าเมล็ดกาแฟและคนคั่วใช้ได้ ปัญหาของแก้วนี้อยู่ที่คนชง


โลโก้ร้านดูดี แต่ถ้าจะไปร้านนี้ไกลโขอยู่

สรุปแล้ว ร้าน Bottomless ทำกาแฟออกมาได้ดีพอควร แต่มาตกม้าตายที่คนชง

รู้สึกได้เลยว่าคนทำกาแฟที่นี่มีความตั้งใจจริงจังกับกาแฟมากทีเดียวซึ่งเป็นสิ่งที่ดี แต่คนชงกาแฟโดยเฉพาะดริปให้ผมน่าจะลองเพิ่มประสบการณ์โดยการไปลองทานกาแฟนอกร้านมากขึ้น จะช่วยให้จับได้ว่ากาแฟที่ชงเองเป็นอย่างไร ขาดอะไรไปบ้าง และได้พูดคุยแลกประสบการณ์ ซอฟสกิลแบบนี้เทรนยากแต่มีประโยชน์มากเวลาทำกาแฟเองผมว่า

ด้วยทำเลร้านที่อยู่นอกถิ่นของร้านกาแฟยอดนิยมอย่างเอกมัยทองหล่อไปไกลพอควร ทำให้ร้าน Bottomless เองไม่น่าไปนักถ้าคุณไม่มีธุระแถบนั้น แต่ร้านในเมืองบางร้านใช้กาแฟของ Bottomless อย่าง Ekkamai Macchiato ที่เอกมัย ผมว่าตอนนี้มาลองกาแฟของ ร้าน Bottomless ที่ร้านอื่นน่าจะดีกว่าทั้งทำเลและคนชงด้วย สะดวกกว่ากันเยอะเลย


Dining date: 2016-08-15
Rating (out of a total of 5 stars):
Taste 1 | Environment 4 | Service 5 | Clean 5 | Price 1
回頂端
檢視會員個人資料 發送私人訊息
boblam
Site Admin


註冊時間: 2007-05-04
文章: 294

發表發表於: 星期六 一月 07, 2017 5:06 am    文章主題: Ekkamai Macchiato 引言回覆

Ekkamai Macchiato

ร้านยังค่อนข้างใหม่มาก เค้กพอได้ แต่กาแฟยังต้องปรับปรุงอีกมาก



ร้านเป็นบ้านเก่า แต่แต่งเติมได้สวยดี

ข้อมูลจาก Sprudge เวปไซค์ข่าวสารกาแฟชั้นนำบอกว่า ร้านนี้ใหม่มากเปิดมาแค่เดือนเดียว ถ้านับถึงวันที่ไปทานก็เกือบสองเดือนแล้ว ปกติผมให้เวลากับร้านกาแฟใหม่ๆอย่างน้อยก็หกเดือน เพราะยังไม่เข้าที่เข้าทาง แต่ลงมากรุงเทพพอดีทำไงได้ ก็เลยต้องทานมันยังงี้แหละ เพราะฉะนั้นในอนาคตกาแฟร้านนี้อาจจะเปลี่ยนไปได้ทั้งสองทางทั้งดีและไม่ดี


โลโก้ดูดีทีเดียว

พูดตรงๆเลย ชอบมากกับการออกแบบร้านนี้ ทำบ้านแบบเก่าให้ดูทันสมัยด้วยสิ่งเสริมแต่งง่ายๆ ชอบไม้ที่เติมเข้าไปมากๆ


ภายในร้านเงียบจริงๆุถีงแม้ฝนตกแบบฟ้ารั่วข้างนอก

วันที่ไปจำได้ว่าฝนตกเหมือนฟ้ารั่วฟ้าทะลุ แต่พอปิดประตูร้านแล้วเงียบกริบ เสียงฝนรถราไม่มีมาให้ได้ยินเลย ตกแต่งได้ดีจริง


ลา มาโซคโค ลิเหนี่ย กับสามเครื่องบด ดูเข้าท่าดี

หน้าตรงเจอเคาน์เตอร์ทำกาแฟ มีหนื่งเครื่องชงสามเครื่องบด เต็มที่จริงๆ สั่งแคปปูชิโน่ไปได้ลายลาเต้อาร์ทที่สวยดีทีเดียว ลาเต้อาร์ท ไทยทำได้ดีเกือบทุกร้านและปราณีตมาก แต่ปกติผมไม่แคร์อาร์ทเลยแม้แต่น้อย ขอให้กาแฟอร่อย ไม่มีอาร์ทไม่สำคัญเลย


แคปปูชิโนของเฮ้าส์เบลนด์ เปรี้ยวจริงๆ - 1/2 (ครึ่ง) ดาว จาก 5 ดาว

กาแฟนมที่นี่ก็เป็นแบบพิมพ์นิยมร้านกาแฟไทย คือ ลายอาร์ทดี แต่เปรี้ยว ใส่นมน้อย ที่จริงเนื้อนมที่ตีมาอาจจะพอไหว แต่พอเจอกาแฟเปรี้ยวเข้า ลิ้นมันไม่รับรู้รสอื่นแล้วครับ นมที่สตีมอาจจะหวาน แต่ไอ้ความเปรี้ยวมันกลบหมด กาแฟที่ใช้เป็นของโรงคั่ว บอตตอมเลส แต่กาแฟดึงดีไม่ดีนมตีดีไม่ดีไม่รู้เรื่องกันเลยเพราะมันเปรี้ยว ทำไมกาแฟนมเปรี้ยวนี้ฮิตกันจัง


กาแฟดริปโคลอมเบียคั่วโดย อิงค์ แอนด์ ไลอ้อน - 1/2 (ครึ่ง) ดาว จาก 5 ดาว

ที่จริงอยากลองกาแฟคั่วของ โรงคั่ว บอตตอมเลส เพราะคุณหมูแนะนำให้มาทานที่นี่ ดูว่าเปลี่ยนคนชงแล้วกาแฟของบอตตอมเลสจะเป็นยังไง แต่เผอิญกาแฟของ โรงคั่ว บอตตอมเลส หมด เลยเลือกโคลอมเบีย จากโรงคั่วแถวๆนั้น คือ อิงค์ แอนด์ ไลออน


คั่วแล้วประมาณหนึ่งอาทิตย์ถึ่งวันที่ชิม น่าจะลงตัวพอควร

ไม่ได้เจอคนชงดริปแบบนี้นานแล้ว เข้มข้นเกิน มันมีเค้าๆของตามที่เทสติ้งโน๊ตบอกคือ ทอฟฟี่ ชอคโกแลต กับ ลูกท้อ (stonefruit) แต่รสชาดกระจุกตัวกันมาก (tight) ไม่รู้จะทำยังไงถึงจะแยกรสชาดต่างๆออกมาจากกันได้ ทานไม่ได้เลย ผมถึงกับไม่ได้ถ่ายรูปในถ้วยกาแฟเก็บไว้

ของที่แนะนำได้ร้านนี้คือเค็กกล้วยหอม เนื้อออกไปทางแน่น แต่ได้รสชาดของกล้วยหอมเต็มปากเต็มคำดีเพราะใส่กล้วยเยอะแบบไม่ยั้งมือเลย ไม่หวานเกินไปด้วย แต่ผมว่าถ้าชงกาแฟออกมาได้แต่ tight แบบนี้น่าจะเอาอะไรที่เป็นกรดเปรี้ยวหน่อยมาขาย เค็กมะนาว หรือ เค็กส้ม ที่หวานหน่อย จะช่วยตัดรสชาดการชงแบบนี้ได้เป็นอย่างดี ทำให้กาแฟอะไรออกมาก็พอทานได้ในขณะที่ร้านพัฒนาฝีมือด้านการชง หรือ อาจจะใช้เจ้า Walkure Bayreuth Porcelain ก็ได้ เพราะชงง่ายกว่ากันเยอะเลย


แนะนำทานเค็กกล้วยหอมร้านนี้ครับ

ถ้าพูดตรงร้านนี้ยังต้องปรับเรื่องกาแฟอีกเยอะ แต่ที่จริงไม่ค่อยแฟร์นักเพราะเปิดได้แค่สองเดือน ปกติผมให้เวลา ๖ เดือนแล้วยังไงก็ยังงั้น ว่ากันได้เต็มเหนี่ยว ช่วงเวลาระหว่างนี้ก็ให้โอกาสกับร้านกาแฟหน้าใหม่อย่างร้านเอกมัย แมคคีอาโต้ บ้าง ที่ร้านนั่งสบายจริงๆไปมาสะดวก ตัวเมล็ดกาแฟเท่าที่ทานมาก็ไม่เลวทีเดียวโอกาสปรับปรุงมีได้อีกมาก


Dining date: 2016-08-18
Rating (out of a total of 5 stars):
Taste 1 | Environment 5 | Service 5 | Clean 4 | Price 1
回頂端
檢視會員個人資料 發送私人訊息
從之前的文章開始顯示:   
發表新主題   回覆主題    coffee forum, 咖啡討論區, 咖啡購買區, fresh coffee beans and tea house 首頁 -> 咖啡店 所有的時間均為 台灣時間 (GMT + 8 小時)
1頁(共1頁)

 
前往:  
無法 在這個版面發表文章
無法 在這個版面回覆文章
無法 在這個版面編輯文章
無法 在這個版面刪除文章
無法 在這個版面進行投票


Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
正體中文語系由 phpbb-tw 維護製作